วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

Flex Mobile: Using Flash Builder 4.5 to package applications for Google Android devices

Flex Mobile: Using Flash Builder 4.5 to package applications for Google Android devices
การนำโปรแกรมลงเครื่องแอนดรอย โดยขั้นตอนง่ายๆ ด้วย Flash Builder 4.5
วันนี้ที่ feed ข่าวของ adobe flex นำเสนอเรื่องของการพัฒนาโปรแกรมลงบนเครื่องแอนดรอย ซึ่งมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนเลยครับ เพียงแค่ ต่อปลั๊กเครื่องแอนดรอยเข้าเครื่อง แล้วก้อ รันแอพที่เราพัฒนาเข้าใส่เครื่อง ก็เท่านี้เอง ^^ แต่เขาก็แนะนำเรื่องพวกการทำ Certification ด้วยนะครับ หากเพื่อนคนไหนสนใจ Flex Mobile อยู่แล้วไม่ควรพลาดเลยนะครับ

กดไปที่ลิ้งนี้เลย http://www.adobe.com/devnet/air/articles/packaging-air-apps-android.html



Reference

adaydesign :)

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Android: RadioButton in RadioGroup example

Android: RadioButton in RadioGroup example
ตัวอย่างการใช้งาน RadioButton ใน RadioGroup
วันนี้งงนานมากเลย เกี่ยวกับการที่จะเอาค่าที่เลือกจาก RadioGroup มาใช้งาน ที่จริงแล้วเราชินกับ iOS มากเกินไปที่มันจะส่ง index มาให้ ก็เลยเอา id ที่มันส่งมาให้มาใช้ ปรากฏว่า Index Out of Bounds ซะงั้น เลยต้องนั่งหานานมากกว่าจะเจอคำตอบ และแล้วก็รู้ว่าสิ่งที่ฟังก์ชั่นมันส่งมาให้เป็นค่า id เราต้องเอาเปรียบเทียบกับ id ของเรา ดังนี้ครับ



วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

iPhone: วิธีการใช้งาน Xcode สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน (3)

iPhone: วิธีการใช้งาน Xcode สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน ตอนที่ 3 การสร้าง User Interface ด้วย Interface Builder, Organizer และ Debug Area
เมื่อเรากดที่ไฟล์ .xib (มักอ่านกันว่า “ดอทนิปไฟล์”) โปรแกรม Xcode จะแสดงหน้า Interface Builder ขึ้นมา ซึ่ง Interface Builder เป็นโปรแกรมหนึ่งที่ให้เราสามารถตกแต่งรูปแบบหน้าตาของแอพพลิเคชั่นได้อย่างง่ายดาย เพียงลาก UI ที่โปรแกรมได้เตรียมไว้ให้ทางด้านขวามือมาใส่ View ที่เป็นกรอบสี่เหลี่ยมตรงกลางเท่านั้นเอง ก่อนอื่นเรามารู้จักส่วนประกอบของ Interface Builder ก่อนว่าโปรแกรมนี้ประกอบด้วยส่วนไหนบ้าง

โปรแกรม Interface Builder ประกอบด้วย 4 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนที่แสดง Placeholders และ Objects จะอยู่ด้านซ้าย ส่วนแสดงผลตัวอย่างหน้าจอจะอยู่ตรงกลาง ส่วนแสดงรายละเอียดของ UI ต่างๆและ UI ที่ทาง Interface Builder เตรียมเอาไว้จะอยู่ด้านขวามือ ดังรูปด้านล่าง

 



iPhone: วิธีการใช้งาน Xcode สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน (2)

iPhone: วิธีการใช้งาน Xcode สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน ตอนที่ 2 ระบบไฟล์ต่างๆ ในโปรเจคที่ควรรู้จัก

เมื่อเข้าสู่หน้าแรกของโปรเจค ส่วนทางด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนที่แสดงไฟล์ต่างๆ ที่อยู่ในโปรเจคของเรา โดยไฟล์ต่างๆ เหล่านี้จะถูกจัดให้อยู่เป็นกลุ่มๆ อย่างเป็นระเบียบ ได้แก่

  • กลุ่มของซอสโค้ด จะประกอบด้วยไฟล์ คลาสของ Objective-C ไฟล์ header (.h) ไฟล์ implement (.m) และไฟล์ Interface Builder (.xib)

  • กลุ่มของ Support Files จะประกอบด้วยไฟล์ .plist .strings .pch และ main.m

  • กลุ่มของ Frameworks จะประกอบด้วยเฟรมเวิร์คหลักที่จำเป็นต้องใช้ในการเขียนแอพพลิเคชั่นแบบ User Interface

  • กลุ่มของ Products จะประกอบด้วยไฟล์ .app ซึ่งสามารถมีได้มากกว่า 1 ไฟล์ต่อ 1 โปรเจคซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับ Target ไฟล์


โดยในแต่ละไฟล์นั้นมีหน้าที่และประโยชน์อย่างไรต่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นของเราบ้าง มาเริ่มศึกษากันเลย




วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

iPhone: วิธีการใช้งาน Xcode สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน

iPhone: วิธีการใช้งาน Xcode สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน ตอนที่ 1 เริ่มสร้างโปรเจคใหม่
เริ่มต้นมาทำความรู้จักกับ Xcode กันก่อน Xcode เป็นเครื่องมือในการใช้พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน ซึ่งในคู่มือนี้จะแนะนำการใช้งานของ Xcode เวอร์ชั่น 4.0.2 เนื้อหาในส่วนนี้จะเน้นไปที่เรื่องของการใช้เครื่องมือของ Xcode ในการเขียนโค้ด การสร้าง User Interface การตรวจสอบข้อผิดพลาด การตรวจสอบเวอร์ชั่นของซอสโค้ด รวมไปถึงการอัพแอพพลิเคชั่นเข้า app store โดยจะกล่าวเป็นส่วนๆ ดังต่อไปนี้

 

1 เริ่มสร้างโปรเจคใหม่

เมื่อเปิดใช้งาน Xcode ครั้งแรก จะพบกับหน้า Welcome to Xcode ในหน้านี้จะมีเมนูสำหรับการสร้างโปรเจคใหม่ การเชื่อมต่อกับคลังโค้ด แนะนำการใช้งาน Xcode ให้ และลิ้งไปยังเว็บไซต์ iOS Dev ในด้านซ้ายมือ ส่วนในทางด้านขวามือ จะแสดงชื่อโปรเจคที่เราใช้งานล่าสุด หากเราไม่ต้องการให้หน้านี้แสดงอีกครั้งเมื่อเราเปิด Xcode ให้ยกเลิกการเลือกข้อความ “Show this window when Xcode launches”



Code Android: Get version name

Code Android: Get version name

[sourcecode langauge="java"]
public static function String getVersionName(Context context, Class cls)
{
try {
ComponentName comp = new ComponentName(context, cls);
PackageInfo pinfo = context.getPackageManager().getPackageInfo(comp.getPackageName(), 0);
return pinfo.versionName;
} catch (android.content.pm.PackageManager.NameNotFoundException e) {
return null;
}
}
[/sourcecode]

Reference

adaydesign :)

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Course: iPhone Application Development (Basic Programming) รุ่นที่ 2

Course: iPhone Application Development (Basic Programming) รุ่นที่ 2

Date: 13 - 14 August 2011 (2 days)

คอร์สนี้เป็นคอร์สที่ Brightest IDEA ร่วมมือกับ AT Creative Solution

สถานที่ ห้องเรียนของ บริษัท AT Creative Solution จ. สมุทรปราการ